ตา ดวงตากระต่ายต้องสดใส ปราศจากขี้ตา มองดูสีตาต้องถูกต้องตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์และสีตัว ไม่มีโรคเกี่ยวกับสายตา เช่น ต้อกระจก ผิวหนังรอบ ดวงตาต้องไม่เป็นสะเก็ดหรือร่องรอยบาดแผล รวมทั้งไม่มีเชื้อรารอบดวงตาด้วย
จมูก โพรงจมูกกระต่ายต้องปกติ ไม่มีร่องรอยของอาการหวัด เช่นมีน้ำมูกเกรอะกรัง ปกติจมูกกระต่าย จะมีลักษณะที่เปียกนิดหน่อย แต่ไม่ควรชื้นแฉะเพราะนั่นคืออาการของไข้หวัด
ปาก ฟัน
สิ่งสำคัญที่จะต้องดูเป็นพิเศษก็คือ ปากและฟัน เปิดปากกระต่ายเพื่อตรวจดูฟันซี่หน้า ต้องสบกันพอดี ฟันหน้าคู่บนต้องอยู่ด้านหน้าของฟันหน้าคู่ล่างเล็กน้อย แต่ต้องไม่มีอาการเอียง เก ยื่น บิดเบี้ยว หรือแตกหัก การตรวจฟันกระต่ายสำคัญมากเพราะกระต่ายอายุน้อยจะยังไม่แสดงอาการไม่พึงประสงค์หรือโรคทางพันธุกรรมออกมา แต่เมื่อคุณเลี้ยง ๆ ไป อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ แสดงออกมา และจะกลายเป็นฝันร้ายสำหรับคุณไปตลอด เพราะการดูแลกระต่ายที่มีฟันผิดปกติเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสมาก คุณต้องตัดฟันกระต่ายเองหรือให้สัตวแพทย์ตัดให้ทุก 2 สัปดาห์ เพราะกระต่ายที่เป็นโรคฟันยื่นจะทานอาหารได้ลำบากมาก
หู
ตรวจดูใบหูต้องสะอาด มองดูในรูหูต้องไม่มีขี้หูอุดตัน เพราะอาจเป็นรังของตัวเห็บ
เท้า
ตรวจดูเท้าทั้ง 2 คู่ ต้องเดินและกระโดดเป็นปกติ ไม่มีอาการแบะหรือถ่าง ขนใต้เท้าคู่หลังทั้งสองข้างต้องหนาและไม่มีแผลบริเวณใต้เท้า
เล็บ
เล็บเท้าต้องมีครบทุกนิ้ว กระต่ายมีนิ้วทั้งหมด 18 นิ้ว ขาหน้ามีข้างละ 5 นิ้ว ในขณะที่ขาหลังมีข้างละ 4 นิ้วเท่านั้น สีของเล็บต้องถูกต้องตามสายพันธุ์ หนังหุ้มเล็บต้องไม่ตกสะเก็ดเป็นแผลหรือเป็นเชื้อรา หรืออักเสบเป็นผื่นคัน
ขน
กระต่ายสุขภาพดีต้องมีขนเป็นมันสลวยไม่หยาบกร้านหรือหลุดร่วงง่าย สังเกตุจากความแน่นหนาของขน สีสันต้องชัดเจน ผิวหนังใต้ขนต้องไม่มีสะเก็ดแผล ผื่นคัน หรือแข็งกระด้าง คุณสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง ใช้มือลูบขนเพื่อตรวจสอบผิวหนังใต้ขนในจุดต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะซื้อกระต่ายสายพันธุ์ที่มีขนยาว ขนที่ยาวนั้นสามารถซ่อนสิ่งต่าง ๆ ไว้ได้มากมาย
ลำตัว
จับบริเวณลำตัวกระต่ายเนื้อต้องแน่น เวลาคลำดูกระดูกสันหลังต้องไม่ปูดโปน กระต่ายต้องไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป เนื้อสะโพกต้องเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
ลักษณะโดยทั่วไป
กระต่ายที่สุขภาพดีจะต้องร่าเริง ตื่นตัว และดูแลทำความสะอาดตัวเองอยู่เสมอ กระต่ายที่เป็นโรคจะเก็บตัวนอนนิ่ง ๆ ไม่ค่อยวิ่งซุกซน มีอาการซึม
การดูแลกระต่าย
การดูแลกระต่ายไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นงานที่ต้องทำเป็นกิจวัตร ทุกวัน ทุกสัปดาห์ และทุกเดือน การเลี้ยงกระต่ายนั้นสำคัญที่ทุกๆสิ่งต้องสดและสะอาด เราอาจจัดแบ่งลักษณะงานที่ต้องทำให้กระต่ายไว้เพื่อง่ายต่อการปฏิบัติดังนี้
ทุกวัน
- ตรวจสอบสุขภาพกระต่ายประจำวัน สังเกตุการนั่ง เดิน ยืน ตรวจเล็บ สุขภาพขน และสุขภาพหู
- ปล่อยกระต่ายวิ่งเล่น เราอาจกั้นพื้นที่บางส่วนไว้ให้กระต่ายได้ออกกำลังกายในช่วงที่เราทำความสะอาดกรงของกระต่ายในตอนเช้า-เย็น (แล้วแต่ความสะดวกของผู้เลี้ยง)
- เก็บเศษผักสด ผลไม้เก่าที่กระต่ายทานไม่หมดทิ้ง เพราะเศษอาหารที่เหลือตกค้างนี้ หากกระต่ายทานเข้าไปอีกอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้
- เก็บเศษอาหารเม็ดเก่าทิ้ง เพราะอาหารเม็ดที่เหลือเหล่านี้จะเกิดการบวมชื้น กระต่ายจะไม่ทานส่วนที่เหลือ ดังนั้นในแต่ละมื้ออาหารควรกำหนดปริมาณอาหารเม็ดให้พอดีสำหรับ 1 มื้อเสมอ
- เก็บเศษหญ้าสด/หญ้าแห้งทิ้ง เศษหญ้าเหล่าเมื่อทิ้งไว้ในกรงอาจเกิดการขึ้นราหรือปนเปื้อนกับมูลหรือฉี่กระต่าย
- ทำความสะอาดถาดรองกรง
- เทน้ำเก่าในขวดน้ำทิ้ง แล้วเติมน้ำสะอาดให้เต็ม
- ให้อาหารเม็ด หญ้าสด/หญ้าแห้ง หรือผักสด/ผลไม้ โดยกะปริมาณอาหารให้กระต่ายทานหมดใน 1 มื้อ
ทุกสัปดาห์
- ล้างทำความสะอาดขวดน้ำ กระถางใส่อาหาร ที่แขวนหญ้า ด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อผสมเจือจาง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ต้องมั่นใจว่าไม่มีสารตกค้างหลงเหลือก่อนนำกลับไปใช้เลี้ยงกระต่ายอีกครั้ง
- ทำความสะอาดถาดรองกรง และตากแดดให้แห้งสนิท
ทุกเดือน
- ทำความสะอาดกรง ถาดรองกรง พื้นใต้กรง ผนังกำแพง ในบริเวณที่ใช้เลี้ยงกระต่าย ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อผสมเจือจาง แล้วล้างออกให้สะอาดก่อนนำกระต่ายกลับเข้ากรง
- ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงกระต่ายทั้งหมด รวมทั้งของเล่นของกระต่าย
แบบเลี้ยงในบ้าน
การเลี้ยงในบ้านนั้นแบ่งออกเป็น 2ประเภทคือเลี้ยงแบบขังกรง และ แบบปล่อยอิสรอิสระ ควรดูเรื่องของพื้นที่ ในบ้านเป็นหลักในการพิจารณาว่าควรเลี้ยงแบบขังกรงหรือแบบปล่อยอิสระ เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ฟันแทะที่กัดแทะทุกสิ่งที่ขวางหน้า การเลี้ยงแบบปล่อยอิสระเสี่ยงอย่างมากกับความเสียหายต่าง ๆ ของเฟอร์นิเจอร์ สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ พรม อีกทั้งต้องดูเรื่องของความปล่อยภัยจากสิ่งสกปรกที่ตกอยู่ตามพื้นเมื่อปล่อยกระต่ายด้วย ดั้งนั้นการเลี้ยงด้วยวิธีขังกรงแล้วปล่อยวิ่งเล่นเป็นบางครั้งจะเป็นทางเลือกที่ดีและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นี้ได้ อีกทั้งยังทำให้กระต่ายฉี่หรือถ่ายเป็นที่เป็นทางอีกด้วย
กรงชนิดที่ใช้เลี้ยงในบ้านนั้นควรเลือกกรงที่ดูแลง่ายวัสดุทำจากลวดหรือสแตนเลส ไม่ควรเลือกใช้วัสดุที่มีการหุ้มพลาสติก เพราะกระต่ายจะกัดแทะวัสดุจนอาจเกิดอันตรายต่อกระกระต่ายได้ ถาดรองควรเป็นพลาสติกแข็งเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด การเลี้ยงกระต่ายในบ้านนั้นจะต้องทำความสะอาดกรง ถาดรองทุก ๆ วัน
แบบเลี้ยงนอกบ้าน
กรงชนิดที่ใช้เลี้ยงนอกบ้านนั้นควรออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศที่ใช้ตั้งกรงไม่ควรโดนฝนสาด หรือโดนแสงแดดส่องโดยตรงกรงชนิดนี้อาจสั่งทำขึ้นเองเป็นกรงไม้เนื้อแข็ง หรือถ้าหากวางกรงไว้ในที่ที่มีหลังคาป้องกันฝนอย่างดีแล้วก็ไม่จำเป็น ใช้กรงแบบไม้ ใช้กรงสำหรับการเลี้ยงกระต่ายในบ้านตั้งแทนได้ แต่สิ่งที่ควรระวังคือ ฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นกว่าฤดูร้อน ซึ่งการวางกรงไว้ในพื้นที่ที่มีลมโกรกอาจทำให้กระต่ายล้มป่วยได้
วิธีอุ้มกระต่าย
แต่เดิมตั้งแต่โบราณมาคงจะได้ยินกันมาเหมือนเรา ว่ากระต่าย ต้องหิ้วหู และก็จดจำมา แต่ที่จริงแล้ว กระต่าย ห้ามหิ้วหูโดยเด็ดขาด เพราะว่าหูกระต่ายบอบบางมาก หากเรามองส่องกับแสงแดด เราจะเห็นเส้นเลือดตรงใบหูเต็มไปหมด นั่นก็เพราะว่าหูกระต่ายบาง การที่เราหิ้วหูนั้น เป็นอันตรายเพราะเท่ากับเราให้หูกระต่ายที่บางๆ แบบนั้นรับน้ำหนักทั้งตัวของกระต่าย ผลคือ ทำให้กระต่ายบาดเจ็บ โดยในบางกรณีกระต่ายจะดิ้น และทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนและเป็นอัมพาตได้
การจับมีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวกระต่าย
1.ให้จับริเวณเนื้อตะโพกด้านบนของกระต่าย จับให้มั่น และทะนุถนอม โดยการใช้ข้อมือหันไปทางหางของกระต่าย ของกระต่าย เพื่อไม่ให้ขนและหนังกระต่ายเสียรูปไป วิธีนี้มักใช้กับกระต่ายที่มีขนาดเล็กน้ำหนักเบา

2. ให้ใช้มือข้างที่ถนัดจับเนื้อบริเวณหนังเหนือไหล่ พยายามจับให้ติดหนังมาก ๆ และกำให้แน่น ยกขึ้นมา จากนั้น ให้ใช้มืออีกข้างซ้อนใต้ก้น ให้ด้านหน้าของกระต่ายหันออกด้านนอกตัวเรา มักใช้วิธีนี้กับกระต่ายขนาดกลางแต่ไม่ใหญ่มาก
3. ใช้ฝ่ามือประคองตัวกระต่ายขึ้นมา โดยใช้มือข้างที่ถนัดสอดไปที่วงแขนของกระต่ายทั้ง 2 ข้าง ฝ่ามือของเราจะต้องใหญ่กว่าความกว้างตัวกระต่ายพอสมควร จากนั้นก็ยกตัวกระต่ายตั้งขึ้นแนบไว้กับลำตัว ขนาบกับแนวแขนด้านใดด้านหนึ่ง แล้วใช้มือของแขนด้านนั้น จับปลายขาของกระต่ายไว้ ป้องกันการถีบตัวออก
4. กระต่ายขนาดใหญ่ กระต่ายขนาดนี้จะมีน้ำหนักมาก เพราะฉะนั้นจะต้องอุ้มให้ดีไม่อย่างนั้น กระต่ายอาจจะใช้ขาถีบตัวเราแล้วพลาดตกลงมาได้ ก่อนอื่นให้ใช้มือข้างที่ถนัดจับเนื้อบริเวณเหนือไหล่ขึ้นมา ( เหมือนกับในข้อ 2 ) ต่อจากนั้น ให้ใช้มืออีกข้างหนึ่งช้อนบริเวณก้นเพื่อรับน้ำหนักขึ้นมาแล้วประคองกระต่ายให้ชิดตัว พยายามให้ช่วงแขนด้านล่างของเรานั้น ติดกับตัวกระต่ายมากที่สุด (หนีบไว้ป้องกันไม่ให้กระต่ายดิ้นหลุด) ที่สำคัญจัดบริเวณเท้าของกระต่ายให้ชี้ออกไปนอกลำตัว ป้องกันกระต่ายถีบตัวออก